โซเชียลแพลตฟอร์มไหนสำคัญจริงในประเทศไทย?
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่กับโซเชียลมากที่สุดในโลก แต่คำว่า "อยู่บนโซเชียล" ก็มีความหมายต่างกันมากในแต่ละแพลตฟอร์ม บทความนี้เปรียบเทียบ 5 แพลตฟอร์มหลัก พร้อมชี้ให้เห็นว่าแต่ละแพลตฟอร์มเก่งเรื่องอะไรจริง ๆ
ภาพรวม 5 แพลตฟอร์มหลัก
| แพลตฟอร์ม | ผู้ใช้งาน | เวลาใช้งาน/เดือน | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
| 51M | 16h 23m | กำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณาได้แม่นยำ น่าเชื่อถือ มีตัวตนที่เป็นทางการ | การเข้าถึงแบบออร์แกนิกต่ำ | |
| YouTube | 47.6M | 42h 14m | อธิบายสินค้าได้ละเอียด คอนเทนต์อยู่ได้นาน | ต้นทุนการผลิตสูง |
| TikTok | 34M | 37h 40m | เข้าถึงคนนอกกลุ่มผู้ติดตาม การค้นพบสินค้า โซเชียลคอมเมิร์ซ | เทรนด์เปลี่ยนเร็ว |
| 18.5M | 8h 44m | กลุ่ม Gen Z การค้นพบผ่านแฮชแท็ก/การค้นหา | ฐานผู้ใช้เล็กกว่า | |
| X | 13.4M | 2h 53m | ข่าวสารแบบเรียลไทม์ | ผู้ใช้ในไทยมีน้อย |
เข้าถึงมาก ไม่เท่ากับเวลาที่ได้รับความสนใจ
Facebook มีฐานผู้ใช้มากที่สุดที่ 51 ล้านคน แต่คนไทยใช้เวลากับวิดีโอมากกว่านั้นมาก คือ 42 ชั่วโมงต่อเดือนบน YouTube และ 37 ชั่วโมงบน TikTok เทียบกับ 16 ชั่วโมงบน Facebook
หากเป้าหมายคือสร้างการรับรู้ในวงกว้าง การเข้าถึง (Reach) คือตัวชี้วัดที่สำคัญ แต่หากเป้าหมายคือการโน้มน้าวใจ เวลาที่ผู้ใช้ใช้จริงคือสัญญาณที่บอกอะไรได้ดีกว่า
จุดเด่นของแต่ละแพลตฟอร์ม
Facebook ยังคงเป็นที่ที่ตัวตนแบรนด์อย่างเป็นทางการและการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณาแบบแม่นยำได้ผลดีที่สุด และมีความน่าเชื่อถือสูง แต่คอนเทนต์ที่ไม่ได้ลงโฆษณามักไม่ค่อยกระจายไปเอง
YouTube เป็นฟอร์แมตที่เหมาะกับการอธิบายสินค้าอย่างละเอียด และวิดีโอยังคงมียอดวิวเพิ่มขึ้นได้อีกนานหลังอัปโหลด TikTok เข้าถึงคนได้ไกลเกินกว่าฐานผู้ติดตามของแบรนด์เอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สินค้าเกิด "โมเมนต์ปัง" ได้ตั้งแต่แรก
Instagram แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม Gen Z และการถูกค้นพบผ่านการค้นหาหรือแฮชแท็ก ส่วน X มีผู้ใช้ในไทยไม่มาก และส่วนใหญ่ใช้เพื่อติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์
จุดที่การขายเกิดขึ้นจริง
การค้นพบสินค้าและการตัดสินใจซื้อ มารวมอยู่ที่เดียวกันแล้ว
ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเจอสินค้าในวิดีโอแล้วซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอป นี่คือเหตุผลที่คอนเทนต์จากครีเอเตอร์ การการดูแลร้านค้า และการยิงโฆษณา ต้องถูกวางแผนให้เป็นฟันเนลเดียวกัน ไม่ใช่แคมเปญที่แยกจากกัน
แล้วควรใช้แพลตฟอร์มไหนดี?
แทบไม่มีกรณีที่ใช้แค่แพลตฟอร์มเดียว คำตอบที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ ใช้ TikTok เพื่อสร้างดีมานด์ ใช้ YouTube เพื่ออธิบาย ใช้ Facebook และ Instagram เพื่อรักษาความสัมพันธ์ และใช้โฆษณาเพื่อขยายผลสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเปลี่ยนเป็นยอดขายได้
สิ่งสำคัญคือต้องตัดสินใจก่อนว่าตัวเลขไหนที่คุณต้องการขยับ แล้วค่อยเลือกแพลตฟอร์มโดยย้อนกลับจากตัวเลขนั้น
Facebook ด้วยผู้ใช้งานประมาณ 51 ล้านคน — แต่คนไทยใช้เวลากับ YouTube (42 ชั่วโมงต่อเดือน) และ TikTok (37 ชั่วโมง) มากกว่า Facebook (16 ชั่วโมง)
สำหรับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ คุ้มค่า เพราะเข้าถึงคนได้ไกลเกินกว่าฐานผู้ติดตามเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการค้นพบสินค้าและโซเชียลคอมเมิร์ซได้

